[พูดคุย] 2009-07-15

posted on 15 Jul 2009 09:53 by sabre

 

 

สวัสดีครับ เซเบอร์เองครับ ' w')/


หายหน้าไปหลายวันเพราะงานยุ่ง-ธุระเยอะตามเคยครับ
แต่ตอนนี้ก็จัดการไปเกือบหมดแล้ว เหลือแต่งานที่กำหนดส่งไม่เร่งเท่าไรอีก 1-2 งานเท่านั้น



ว่าแล้วก็เข้าเรื่องเลยดีกว่า



เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ได้ไปรักษารากฟันครั้งสุดท้ายที่ รพ.ทันตกรรมชื่อดังแถวๆสยาม
รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 6,000 บาท OTL (รักษา 3 ครั้ง x 2,000 บาท)
ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ และหลังการรักษาก็สามารถทานอาหารได้ตามปกติ โดยไม่มีอาการปวด
...แต่...
ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีปัญหาตามมา
เนื่องจากอาการผมค่อนข้างหนัก หมอจึงขูดเอาเนื้อฟันออกไปค่อนข้างเยอะ ทำให้ฟันซี่นั้นบางลงไปมาก
หมอจึงเห็นสมควรให้ทำการ "ครอบฟัน" ซี่นั้นเสียด้วย

โอเค หมอว่าไง คนไข้ว่าตามกัน
ถึงผมจบสัตวแพทย์มา แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเรียนเรื่องฟัน ของแบบนี้ผมเข้าใจดีว่าต้องทำ
ไม่งั้นในอนาคตอาจเกิดเหตุอนาถ ฟันแตกทั้งซี่ ขึ้นมาได้
...แต่ทว่า...

"ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 12,000 บาทนะ ... รักษา 4 ครั้ง ครั้งละ 3,000 น่ะ"

O_o

OTL

\(T w T)/

ไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดได้

ตอนแรกที่รักษารากฟัน 6,000 นี่ก็ไส้ทะลักแล้ว
เจอ 12k ซ้ำเข้ามานี่ เล่นเอากระดูกผุไปทั้งตัวเลย เหอ เหอ
แต่ก็อย่างที่รู้ว่ากัน นี่ราคาถูกแล้ว เมื่อเทียบกับที่อื่น
โอเค ก็ต้องทำใจ เรามันใช้งานฟันหนักเกินไปเอง แถมดูแลรักษาไม่ค่อยดีอีกต่างหาก

เพื่อนๆก็หมั่นดูแลรักษาฟันกันให้ดีๆนะครับ T wT)/
ไม่งั้นอาจเจอ Economic Shock แบบนี้ได้




รักษาฟันเสร็จก็ไม่วาย ออกเดินทางต่อ
เป้าหมายคือ ศูนย์ประชุมแห่งชาติศิริกิติ์ ซึ่งกำลังจัดงานหนังสือเด็กอยู่
บอกตามตรงว่าผมไม่รู้เลยว่ามีงานนี้จัดอยู่
จนกระทั่งสหายร่วมอุดมการณ์โทโฮนัดเจอกันในงานนี่แหละ ผมถึงรู้ว่ามีงานนี้

ตอนแรกผมก็ยังงงว่างานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติมันน่าจะจัดตอนปิดเทอม(นี่หว่า ?)
เลยลองถามเพื่อนที่ชำนาญการ จึงทราบว่าเป็นงานหนังสือเด็ก
แต่จะงานอะไรก็ช่าง ยังไงเป้าหมายของผมก็คือ การไปพบสหายร่วมอุดมการณ์โทโฮ(ตัวเป็นๆ)เท่านั้นเอง (ฮา)

ก่อนหน้านี้เคยคุยกันแต่ในโลกไซเบอร์ ยังไม่เคยเจอตัวกันเลย
บางทีอาจจะเคยเจอกันแล้วในงานโดจินก็เป็นได้... แต่ก็ไม่รู้จักชื่อกันอยู่ดี
อันที่จริงผมไปเดินงานการ์ตูนบ่อยพอสมควร ก็เจอคนคุ้นหน้าบ่อยนะ เพราะพวกเขาก็มากันประจำเช่นกัน
แต่ไม่รู้จักชื่อ เลยไม่กล้าทักน่ะสิ OTL

โอเค กลับมาเข้าเรื่องต่อ

พอไปถึงที่งานก็พบว่า มันเป็นงานหนังสือเด็กจริงๆ !
อุดมไปด้วยโซนที่เหมาะสำหรับเด็กเป็นอย่างมาก แต่ก็มีร้านหนังสือสำหรับคนที่ไม่ใช่เด็กอยู่เหมือนกัน
(จะใช้คำว่า "หนังสือผู้ใหญ่" ก็ใช่ที่ (ฮา)

เนื่องจากเรานัดกันไว้แค่ว่า "เจอกันที่งาน" แต่ดันลืมนัดแนะสถานที่
ผมก็เลยเดินในงานไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอบูธที่สหายประจำการอยู่
เดินไปสักพักหนึ่ง ผมก็เจอกับหนังสือที่อยากได้ขึ้นมาซะงั้น
"มหากาพย์กู้แผ่นดิน"
ผมเคยซื้อเล่ม 1-2 เมื่อนานมาแล้ว และหลังจากนั้นก็ไม่มีโอกาสมาเดินงานหนังสือเลย
มาวันนี้จึงได้รู้ว่า มันออกเล่ม 3-5(จบ) มาเรียบร้อยแล้ว = w=)"
แต่ก็เป็นโชคดี เพราะเขากำลังลดราคาด้วยวิธีการพิเศษอยู่พอดี นั่นก็คือ
"น้ำหนักหนังสือรวมกันเกิน 1 ขีด ลด 40%"
O_o โอ้ว พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ขนาดจอร์จยังตกใจ ซาร่านี่หงายหลังไปเลย
และก็แสนบังเอิญ เพราะหนังสือสามเล่มนี้ค่อนข้างหนา ทำให้น้ำหนักรวมของมันอยู่ที่ 1.2 ขีดพอดี
เป็นอันว่าผมได้หนังสือที่ต้องการมาสามเล่ม ด้วยราคาที่ไม่คาดฝัน
แต่เอ๊ะ... เรามาหาเพื่อนนี่หว่า = w=)" ว่าแล้วก็เดินต่อ

เดินต่อไปได้ไม่นาน ก็เจอบูธที่ผมตามหาครับ ซึ่งก็คือบูธของ Animag นั่นเอง
แต่จังหวะไม่ดี เพราะคนที่ผมตามหานั้นออกไปเดินซื้อของพอดีฦ
ผมเลยขอตัวไปเดินเล่นต่ออีกหน่อย และก็ได้หนังสือการ์ตูน(ที่รอคอย)ออกใหม่มาอีกสองเล่ม
แผนการเดินตัวเบาสบายมือของผม ก็เลยพังพินาศลง
แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะได้หนังสือที่อยากได้มา อิอิ

เดินจนครบชั้นสองทั้งชั้นแล้วก็วกกลับมาที่บูธของ Animag อีกครา
งวดนี้สหายร่วมอุดมการณ์โทโฮของผมกลับมาแล้ว เลยได้เจอกันจนได้

ทักทายกันเสร็จก็เริ่มสนทนาเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องโทโฮ และรวมไปถึงเรื่องอื่นๆ
ผมเลยกลายเป็นผีสิงบูธ คอยยืนขวางทางคนเข้าออกไปโดยปริยาย ต้องขออภัยทาง Animag เป็นอย่างยิ่งครับ = w=)"
และต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่เลี้ยงอาหารมื้อเย็นครับ (_ _)


บางช่วงผมก็นึกไม่ออกว่าจะคุย-ถามอะไรซะงั้น (ฮา) เพราะมันมีประเด็นเยอะมากจนนึกไม่ออก
พูดคุยกันอยู่นานประมาณ 6 ชั่วโมง ผมจึงขอตัวกลับก่อนเพราะต้องเดินทางกลับที่พักค่อนข้างไกล
พอกลับไปถึงก็หลับเป็นตายเลย OTL สงสัยผมจะนอนน้อยมาหลายวันเกินไปหน่อย แหะ แหะ



วันจันทร์... ออกเดินทางตามปกติ เพื่อกลับไปยังจุดประจำการราชการ ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ วังม่วง สระบุรี ใกล้ๆไร่ปภัสรา
ว่าไปแล้วมันก็คือ การเตรียมงานขั้นสุดท้าย ก่อนเจอกับศึกใหญ่นั่นเอง
เพราะในวันอังคาร หรือก็คือเมื่อวานนี้ ผมต้องรับเจ้าหน้าที่จากญี่ปุ่น ที่มาตรวจต่ออายุการรับรองโรงงานที่ผมประจำการอยู่

คงต้องอธิบายสักนิดก่อนว่า
ผมเป็นสัตวแพทย์ในตำแหน่งพนักงานราชการ สังกัดกรมปศุสัตว์ ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมคุณภาพการผลิตเนื้อสัตว์ส่งออกครับ
สำหรับสัตวแพทย์ก็นับว่าเป็นงานที่น่าปวดใจ เพราะต้องเห็นไก่โดนเชือดวันละเป็นแสนตัว
แต่มันเป็นงานสำคัญที่ต้องมีคนทำ และเมื่อไม่มีคนทำ ผมก็เลยรับไว้ลุยเอง
(รู้สึกว่าผมจะรับงานลักษณะนี้บ่อยแฮะ พวกงานที่จำเป็นต้องมีคนทำ แต่ดันไม่มีใครอยากทำเนี่ย)

ลักษณะของการส่งออกเนื้อสัตว์ในปัจจุบันคือ
โรงงานเอกชน <<>> กรมปศุสัตว์ <<>> หน่วยงานราชการของต่างประเทศ <<>> บริษัทผู้ซื้อเนื้อสัตว์
ว่าง่ายๆก็คือ ผมเป็นเหมือนโซ่ข้อกลางนั่นเอง (เอ๊ะ ไม่ใช้คำนี้จะดีกว่ามั้ยนะ (ฮา)

เมื่อหน่วยงานราชการของทั้งทางไทยและทางต่างประเทศตรวจสอบแล้วว่า ผ่าน, จึงจะสามารถทำการส่งออกได้
อะไรประมาณนั้นครับ


งวดนี้เป็นเจ้าหน้าที่จากญี่ปุ่นมาตรวจโรงงาน ซึ่งผมเป็นสัตวแพทย์ประจำการอยู่
ทีมที่มาตรวจประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ 2 คนและล่าม 1 คน
ส่วนผมถึงจะแปลหนังสือได้ แต่ในแง่ของการฟังและพูดนั้นอ่อนด้อยสุดๆ เพราะไม่ว่างมาท่องจำคำศัพท์แปลกๆสักเท่าไหร่
เลยทำได้แค่แนะนำตัว-พูดคุยทั่วไป และบอกทาง-ชี้ตำแหน่งเท่านั้น
แต่ก็ช่วยให้การตรวจสอบผ่านไปได้เร็วขึ้นเยอะ เพราะเมื่อมีล่าม 2 คนคอยประกบเจ้าหน้าที่แต่ละคน ก็ทำให้วุ่นวายน้อยลง และใช้เวลาน้อยลงเยอะ

เสร็จศึกก็ส่งข่าวให้หมอโรงงานคนอื่นๆว่าเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบอะไรบ้าง เพื่อจะได้เตรียมพร้อมเพิ่มเติมกันเอาไว้


งานที่เหลือของผมก็แค่ทำรายงานสรุปผลการตรวจส่งให้หัวหน้าเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องรีบร้อนอะไร
และก็งานประจำวันที่คั่งค้างมานาน เนื่องจากวันหยุดหลายวันในสัปดาห์ที่ผ่านมา และเพราะมัวแต่เตรียมรับญี่ปุ่นจนไม่ค่อยได้ทำ
(เพราะถึงผมจะได้วันหยุดตามข้าราชการ แต่โรงงานมันไม่ได้หยุดทำงานไปด้วย จึงมีเอกสารมากมายรอให้ผมทำการตรวจสอบ)



เอาล่ะ... ที่เหลือก็รีบเคลียร์งานพวกนี้ให้เสร็จ แล้วนั่งลุยถล่มบล็อกต่อ
แต่ก็อย่างที่เคยว่าไว้ว่า ช่วงนี้เป็นช่วงไล่ล่าฆ่าของเก่า แล้วชุบชีวิตให้สวยกว่าเดิม
ดังนั้นคงไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่หน้าเวบมากนัก เพราะจะเป็นการ Edit หน้าเก่าๆเสียมากกว่า

บทความเก่าๆมันก็ค่อนข้างเยอะซะด้วย
สงสัยคงต้องใช้เวลามากกว่าที่คิดแน่
เพราะช่วงนี้ผมนั่งเล่น Diablo 2 แบบ Players 8 (ด้วยตัวคนเดียว) อยู่
ความยาก 4.5 เท่าของมันทำให้
"ถนนที่เคยใช้เวลาเดินแค่ 5 นาที อาจกลายเป็นหนึ่งชั่วโมง หรือทั้งวันเลยก็ได้"

(พูดอย่างกับหนังซอมบี้เลย)
พูดง่ายๆก็คือ ผมต้องใช้เวลาเยอะกว่าเดิมมาก กว่าจะเคลียร์แต่ละโซนได้ ดังนั้นกว่าจะจบ HELL ได้คงต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ๆ
(ตอนนี้อยู่ที่ช่วงกลางของ Act 3. ในโหมด HELL แล้ว)
สิ่งที่มันน่าปวดหัวก็คือ ขนาดเล่นสาย VIT จนมีเลือดมหาศาลแล้ว ก็ยังโดนอัดทีเดียวตายบ่อยๆ OTL
เลยต้องใช้สกิลดันมาคุเข้าช่วยอยู่หลายครั้ง
แถมคราวนี้ผมเล่นแบบ... ไม่ใส่ของInwเลยสักชิ้น
ทั้งตัวใส่แต่ไอเทม "Better Chance to get Magic Item" ทำให้ตัวผมบางมากๆ และตีเบาลงพอสมควร
แต่ก็เล่นรอดมาได้จนถึงขั้นนี้ แสดงว่าฝีมือเราดีขึ้นกว่าแต่ก่อนจริงๆแฮะ (ฮา)

ความท้าทายอยู่ตรงที่ เราอ่อนแอลงมาก ศัตรูแกร่งขึ้นมาก
ส่วนค่าตอบแทนคือ ของดรอปดีขึ้น ได้เห็นไอเทมแปลกตามากขึ้น

อันที่จริงผมมีตารางไอเทมของเกมนี้ทั้งเกมอยู่แล้วล่ะนะ แถมโปรแกรมสร้างไอเทมก็มี
แต่ผมเป็นนักเล่นเกมที่มีศักดิ์ศรีอยู่ในใจไม่น้อย
ดังนั้นผมจะใช้มันก็ต่อเมื่อต้องการทดสอบอะไรบางอย่างเท่านั้นแหละ

อย่างที่เคยว่าไว้ว่าผมเป็นนักเล่นเกมมาทั้งชีวิต และเพิ่งจะเริ่มแปลหนังสือมาได้แต่ไม่กี่ปี (ยังไม่อยากใช้คำว่า เป็นนักแปล แฮะ)
ดังนั้นผมย่อมให้ความสำคัญกับเกมก่อนเป็นธรรมดา ' w')~

บางคนก็ว่าผมบ้านะ ที่เล่น Diablo 2 ในโหมด HELL แถมยังใช้ระบบ Players 8 (ความยาก 4.5 เท่า) ทั้งๆที่เล่นคนเดียวอีกต่างหาก
แต่สำหรับผมและพี่น้องนั้น
โหมด Normal มีไว้เก็บเลเวลเพื่อเอาสกิลเท่านั้น
ส่วนโหมด Nightmare มีไว้ใช้ทดสอบสกิลที่ได้มาครบแล้วว่าใช้ได้ดีขนาดไหน
และตัวละครของเราเจ๋งจริงหรือไม่นั้น ต้องทดสอบในโหมด HELL เท่านั้น
ถ้ามันมาถึงโหมด HELL ได้ก็แสดงว่ามันใช้ได้ดีแล้ว แต่ถ้ามันเอาชนะ HELL ไม่ได้ ก็แสดงว่ายังไม่พอสำหรับอัจฉริยะข้ามคืน (เฮ้ย ไม่ใช่ละ)

ส่วนเรื่องความยาก 4.5 เท่านี่เป็นความท้าทายใหม่ที่ผมและพี่น้องเพิ่งตัดสินใจลิ้มลอง
รู้มานานแล้วว่ามีสูตรนี้ให้กด แต่ไม่เคยลองสักที
กลับมาเล่นคราวนี้ เลยใช้มันตั้งแต่เริ่มเกมเสียเลย
ที่เหลือก็มาลองกันดูว่า จะยังมีปัญหาจบ HELL กันได้หรือไม่ (ฮา)


บางทีคงเป็นเพราะชอบความท้าทายต่อความยากแบบนี้ล่ะมั้ง ถึงได้ชอบเล่นโทโฮนัก ' w')~



เอาล่ะ ฝอยมามากเกินไปแล้ว
หมดเวลาพักเที่ยงพอดี ได้เวลาไปทำงานต่อเสียที
วันนี้ขอลาไปก่อนล่ะครับ ' w')/

ไว้ถ้ามีข่าวคราวหรือความคืบหน้าใดๆจะรีบแจ้งให้ทราบทันทีครับ

ปล.
กำลังอัพโหลดไฟล์สำหรับแจกเพิ่มเติม
กรุณารอสัก...นานๆหน่อย
เพราะเนทมันห่วย OTL



.....
....
...
..
.

Comment

Comment:

Tweet

ที่แท้แอบหนีไปเล่น Diablo 2 นี่เอง
อาิทิตย์ที่แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีงานหนังสือ เล่นเอาอึ้งเหมือนกันตอนที่น้องสาวบอก
12k โอเมเดโต้วววววววววววววววววววววววววว(ล้อเล่นฮะ ฮาๆ)

ไอ้ชอบเล่นอะไรท้าทายเป็นสิ่งที่ผมชอบเหมือนกัน
ปกติเวลาเล่นเกมอะไรใหม่ๆมา ผมจะไปเลือกระดับยากสุดก่่อน ตายอนาถเกินทนทานค่อนลดระดับลงมา(ฮา)

..แต่โทโฮชูทติ้งนี่ ขอแค่ดูตัวละครก็พอแหลว Orz

#5 By Niwachan on 2009-07-15 20:06

ไปงานนั้นมาเหมือนกัน ถ้าเพื่อนไม่บอกงานนั้ก็อดไปเช่นกัน ก็มันจัดสั้นๆเองนี่นา >_<
เพิ่งได้โน้ตบุ๊คมาใช้งานเป็นครั้งแรก เป็นโอกาสดีที่จะได้ลองเกมที่ไม่เคยได้แตะ(เพราะคอมที่บ้านมันห่วย) แต่นับวันยิ่งรู้สึกว่าเรียกตัวเองว่านักเล่นเกมไม่ได้ ด้วยปัจจัยหลายๆอย่างจึงไม่ค่อยได้แตะเกมนัก ยิ่งหลังๆนี่เล่น normal เป็นปกติเพราะอยากจะทราบเนื้อเรื่องเพียงอย่างเดียวด้วยซ้ำ = ="

#4 By seria (161.200.80.193) on 2009-07-15 18:17

กรรม - - ขอเคลียร์งาน เป็นขอเครียดงาน 5*5*5* (2 คำนี้พิมพ์สลับได้ประจำสินะ )question

#3 By comsci46 on 2009-07-15 15:01

เย้ว เย้ว

อัพทีอ่านยาวเลยครับ

ปล. งานหนังสือเด็กต้องพกเงินไปเท่าไหร่ดี (ฮา)

#2 By Akai Kishin on 2009-07-15 14:25

โอ่ ท่านเซกลับมาแล้ว หุหุ
เหมือนจะได้พักผ่อนสักเล็กน้อย ? สินะครับ หุหุ
แต่งานหนังสือเด็ก...น่าไปแหะ เสียดาย ไม่ได้ไป
กะว่าจะไปซื้อคนซื้อ (ไม่ดีมั๊ง~) หรือไปดูคนซื้อดี แฮ่~ (พอๆกะอันแรกเลย 5*5*5*)
แต่ก็...นะ.. ขอเครียดงานเดือนนี้ไปก่อนเถอะ คิดว่าคงจะมีเววลาว่าง
เล่นโน่นเล่นนี่ได้เต็มที่บ้างหล่ะ แต่ก็ต้องนั่นเรียนของใหม่ๆ เพื่อใช้ทำงานอยู่ดีcry(เอาหน่ะ สนุกมากกว่าเหนื่อยหล่ะ)

/me อิอิ แอบมาฝอยเล็กน้อยแล้วก็หลบเข้ามุม แอบสังเกตการต่อ

#1 By comsci46 on 2009-07-15 13:35

Tags