!! กร๊อบ !!



เสียงสยองที่ไม่อยากได้ยินในช่องปากของตัวเองเป็นครั้งที่สอง



เรื่องมันเริ่มต้นจากสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผมมักจะทานอาหารในร้านค้าแห่งหนึ่ง
ซึ่งมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ ข้าวสารในร้านของเขามีกรวดปะปนมาด้วย
อันที่จริงมันน่าจะรู้ตัวตั้งแต่ตอนซาวข้าวก่อนหุงแล้ว
เพราะเสียงกระทบก้นหม้อของมันน่าจะทำให้คนซาวข้าวรู้ตัวได้
หรืออย่างน้อยตอนหุงเสร็จ ก็น่าจะเห็นความต่างของสีได้ชัดเจน
แต่ปรากฏว่า มันก็ยังถูกเสิร์ฟมาในจานข้าวของผม
ครั้งเดียวไม่พอ หลายปีที่ผมเรียนหนังสือ ผมเจออย่างนี้เกือบสิบครั้งเห็นจะได้

เจ้าของร้านมีความแค้นกับผมหรือ ?
เป็นไปไม่ได้
เพราะผมเป็นลูกค้าชั้นดีที่กินร้านเขาประจำและพูดคุยกันสนิทสนมดี แถมไม่เคยบ่นเรื่องกรวดนี่ด้วย
น่าจะเป็นลูกจ้างในร้านที่ไม่ได้ใส่ใจกับเจ้ากรวดพวกนี้มากกว่า

ครั้งแรกที่เจอก็แค่ อุ๊บ ! มีกรวดด้วยแฮะ อะไรกันนี่
แต่ครั้งสุดท้ายที่เจอมันคือ กร๊อบ ! อั่ก เอ๊ะ ทำไมมันแปลกๆ... (ใช้ลิ้นตรวจอาการ)... เฮ้ย ! ฟันแตก !

ใช่แล้วครับ ฟันกรามซ้ายซี่ที่หนึ่งของผมแตก
ปกติฟันกรามของมนุษย์จะมี 4 ยอดใหญ่ และด้านท้ายอีกหนึ่งยอดเล็ก
ส่วนที่แตกออกไปก็คือ ยอดด้านท้ายอันนี้นั่นเอง
ความน่ากลัวก็คือ มันทำให้เกิดรูขนาดใหญ่ที่ไม่ว่าอะไรก็สามารถตกลงไปถึงเหงือกได้
และในนั้นก็อุดมไปด้วยเส้นเลือดและเส้นประสาท !

นับเป็นช่วงเวลาที่ทุกข์ทรมานมากช่วงหนึ่ง เพราะจะกินอะไรก็ลำบาก จะดื่มอะไรก็ไม่มีความสุข
หลังกินอาหารต้องมาคอยเช็คว่ามีสิ่งติดค้างหรือเปล่า
ถ้ามีมันจะคอยไปแตะเส้นประสาทของผมเข้า จนปวดจี๊ดจั๊กจี้อย่างอัศจรรรย์
หากพบว่ามี ก็จะใช้ลิ้นดึงออกมา ถ้าลิ้นสู้ไม่ไหว ก็ต้องกลั้นใจอมน้ำ(เสียวฟันโคตร)แล้วกลั้วให้หลุดออกมา

ทำไมผมไม่ไปหาหมอฟัน ?
เพราะมันใกล้สอบแล้ว ผมจึงไม่อาจปลีกเวลาไปหาหมอได้ครับ แถมสอบเสร็จมีฝึกงานต่ออีก
ซึ่งผมก็ไม่อยากแบกหน้าบวมๆไปสร้างความประทับใจให้กับผู้คนที่จุดฝึกงานเสียด้วย

หลังจากที่ทนทรมานมาได้หลายเดือน ในที่สุดผมก็มีช่วงเวลาที่ "ว่าง" พอจะไปหาหมอ และรักษาตัวเสร็จก่อนที่จะเปิดเทอม
จากการประเมินของหมอ เขาว่าต้องอุด แต่มันอาจจะถึงรากฟัน ซึ่งถ้าถึงรากฟันจริง ต้องซ่อมรากฟันด้วย
หมอบอกว่าระหว่างที่อุด ถ้ารู้สึกเจ็บมาก ให้บอกหมอ เพราะแสดงว่ามันถึงรากฟันจริงๆ
โอเค หมอว่าไง คนไข้ว่าตามกัน
แต่ปัญหาก็คือ ผมเป็นพวกอึดถึกทนทายาด เลยไม่ค่อยรู้สึกเจ็บ
ผมไม่แน่ใจว่า... นี่เรียกว่าเจ็บแล้วหรือ ? ก็เลยไม่ได้บอกหมอไปว่าเจ็บ
ในความรู้สึกแล้วผมว่ามันแค่คันๆเท่านั้นเอง
หลังอุดฟันเสร็จ และตัวอุดแห้งสนิทดี ผมก็เริ่มทานอาหารตามปกติแล้วพบว่า
มันยังเสียวฟันอยู่แฮะ = w=)"""" อูย~
ลองคุยกับหมอดู เขาก็ว่านี่เป็นเพราะมันลงไปถึงรากฟัน เขาก็เลยถามว่าทำไมตอนนั้นไม่บอก ผมก็บอกไปตามที่กล่าวข้างต้น
... ใบ้กินทั้งคู่ ...
หมอให้ข้อสรุปมาว่า เอาไว้ถ้าทนเสียวฟันไม่ไหว ก็มาอุดใหม่ จะได้ซ่อมรากฟันให้
โอเค หมอว่าไง คนไข้ว่าตามกัน

อาการเสียวฟันมันกวนใจมากจริงๆ จะกินจะดื่มอะไรก็ไม่เร้าใจ (?)
แต่พอเปลี่ยนยาสีฟัน มันก็ลดไปได้เยอะ จนแทบไม่เป็นปัญหาอะไร
ที่น่ากลัวกว่าก็คือ เจ้าอุดฟันตัวนี้แหละ
เพราะเวลาผมกัดของแข็งด้วยฟันซี่นั้นทีไร มันจะต้องเจ็บปวดไปถึงรากฟันทุกที เพราะแรงกดมันสะท้อนลงไปถึงเหงือก
จากที่เคยชอบกินกระเทียม ผมเลยพยายามเลี่ยงเต็มที่
เพราะร้านค้าบางร้านเขาไม่ใส่ใจกับ "ขั้วกระเทียม" ที่มีความแข็งไม่ต่างจากก้อนกรวด
กัดลงไปทีไร น้ำตาตกในทุกที อูย~



ผ่านมา 4 ปี ในที่สุดปัญหามันก็ระเบิดออกมา
และต้นตอของปัญหาก็ไม่ใช่อะไร เจ้าขั้วกระเทียมนี่เอง !
คืนวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน ผมไปทานข้าวกับน้อง และบอกให้สั่งเหมือนกันมาเลย จะได้ไว
ปรากฏว่าเป็น หมูทอดกระเทียมไข่ดาว โอเคไม่ว่ากัน เขี่ยๆกระเทียมออกไปก็ได้ ไม่ยาก
แต่สุดท้าย ด้วยความรีบร้อน ผมก็พลาดจนได้

! กร๊อบ !

รอบนี้ฟันไม่ได้แตก
...แต่ว่า...

! อาการหนักยิ่งกว่าตอนที่ฟันแตกเสียอีก !

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ผมพบว่า อาการเสียวฟันยังปกติดี คือไม่เสียวฟันแม้ดื่มน้ำเย็นใส่ฟันซี่นั้น
ตัวฟันโดยรอบก็ยังปกติดี ลองจับดูก็ไม่โยก ไม่คลอน และส่วนเหงือกด้านหน้าและด้านหลังของฟันก็ไม่ได้มีอะไรไปติดค้าง
แปลกมาก
ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็ ปัญหามันก็เหลือที่มาอยู่แหล่งเดียว นั่นก็คือ
เจ้าตัวอุดฟัน
บางทีมันคงถูกกดโดยแรงกัดของผมที่เคี้ยวขั้วกระเทียมลงไป จนถูกดันให้ลึกลงไปแทงเส้นประสาท

อาการของมันตอนนี้นับว่าร้ายแรงเอาการ เพราะมันเจ็บปวดมาก มากยิ่งกว่าครั้งแรกเยอะ
ปวดขนาดที่ว่า กินไม่ได้ นอนไม่หลับ จับช้อนยังสั่น
และไม่ต้องอาศัยว่ามีอะไรไปแตะเส้นประสาทให้จั๊กจี้เหมือนเมื่อก่อน ตอนนี้แค่นั่งเฉยๆมันก็เจ็บปวดได้
ไม่ใช่ว่าเป็นๆหายๆ แต่คือ หนักๆเบาๆ
แบบว่า เจ็บอยู่ตลอดเวลา นั่งอยู่เฉยๆ จู่ๆก็เจ็บปวดอย่างหนักขึ้นมาก็มี
ยิ่งตอนกินข้าวนี่ไม่ต้องพูดถึง ขนาดไม่ได้เอาข้าวไปเคี้ยวที่ด้านซ้ายเลย มันก็ยังจะปวดขึ้นมา

ไปหาหมอสิ ?
ตอนนี้ทำไม่ได้ครับ เพราะเป็นวันงานราชการ และผมไม่อยากลางาน
และมันใกล้วันงานแข่งแล้วด้วย
อันที่จริง การที่วันที่ 1 มันเป็นวันแรงงานนี่ถือเป็นโอกาสดีมากๆ ถ้าจะไปหาหมอ
เพราะว่าโรงงานหยุด หมอประจำอย่างผมก็เลยได้หยุดฟรีตามไปด้วย
สามารถไปหาหมอได้สบายๆ ไม่ต้องแย่งคิวกับคนอื่นมากนัก
แต่ก็อย่างที่ว่าครับ มันใกล้วันงานแข่งแล้ว
ผมกลัวว่าจะมีอาการบวม จนแหกปากส่งเสียงไม่ออก
แถมโทรโข่งที่ว่าจะหาซื้อ มันก็ดันหาไม่ได้ซะนี่

ตอนที่ถอนฟันคุดออก ทั้งครั้งแรก(ซ้าย)และครั้งที่สอง(ขวา) ผมไม่มีอาการบวมเลย จนหมอยังตกใจ
ทั้งนี้เพราะมีอุปกรณ์ดี นั่นคือ เจลประคบเย็น
เอาแช่ช่องฟรีซไว้ แล้วนำออกมาประคบแก้มเป็นครั้งคราว เท่านี้ก็เรียบร้อย
แต่ตอนนี้มันไม่มีแล้วครับ OTL ผมเอาไปเก็บไว้ที่ต่างจังหวัดแล้ว
ถ้าไปอุดฟันใหม่(พร้อมซ่อมรากฟัน)รอบนี้ ผมไม่มั่นใจว่าจะทำให้มันไม่บวมได้มั้ย
เพราะถ้าจะไปทำจริงๆ ก็คงได้ทำวันศุกร์ ไม่ก็วันเสาร์นี้ แล้ววันอาทิตย์ก็ไปงานแข่ง
มีเวลาน้อยนิดเดียวเอง

แต่ก็จริงที่ว่า โดยปกติแล้ว แค่อุดฟันมันไม่ทำให้บวม
แต่ผมไม่แน่ใจว่าการซ่อมรากฟันมันมีผลขนาดไหน ไม่เคยทำมาก่อน

ตอนนี้ผมกำลังพยายามรับมือกับอาการปวดรุนแรงอันนี้อยู่ โดยทดลองใช้หลายๆวิธีดู ได้แก่

1. แคะฟัน + กลั้วน้ำยาบ้วนปาก
เนื่องจากสมัยที่มันแตกครั้งแรกนั้น จะปวดฟันก็ต่อเมื่อมีอาหารไปติดค้างที่เหงือก
ดังนั้นก็เริ่มจากวิธีง่ายสุด คือ แคะฟัน... ...ไม่พบอะไร
ตามด้วยกลั้วปากน้ำเปล่า... ...ไม่ได้ผลอะไร
งั้นลองน้ำยาบ้วนปากมั่ง (ปกติผมไม่เคยใช้ แต่น้องชายผมมีพอดี)... ...ไม่ได้ผลอะไร
อืม... อาการไม่เหมือนเคยแบบนี้ จะทำยังไงดีหนอ

2. Adrenaline Rush !
วิชามารที่บรรลุได้มาตอนสมัยมัธยมต้น จากการสังเกตกลไกของร่างกายตัวเอง (สมัยนั้นผมยังไม่มีความรู้ด้านนี้เลย)
ในขณะที่ผมเล่นเกมเพลินจนติดลมบน ร่างกายจะสร้างอดรีนาลีนมาสนองความมันส์ จนร่างกายไม่รู้สึกเจ็บปวด
ครั้งนี้จึงลองดู และพบว่า โอ้ บร๊ะเจ้า มันได้ผลเช่นเคยแฮะ อาการปวดแรงขนาดนี้ยังหายสนิทไปเลย
ไม่เสียแรงที่เข้าไปนั่งเก็บ Beyond Godlike เล่นใน DotA อยู่สามศึก
(จริงๆหายปวดตั้งแต่ช่วงกลางๆศึกแรกแล้วล่ะ แต่ดันคึกเลยเล่นต่อ)
เอาล่ะ เมื่อหายปวดแล้วก็นอนดีกว่า
... ...
อาเระ ? อดรีนาลีนหมดฤทธิ์แล้วแฮะ ยังไม่ทันหลับเลย ซวยแล้วไง
OTL

3. สมาธิ
จิตใจอยู่เหนือร่างกาย
ร่างกายเป็นของเรา ใยต้องให้มันบงการเรา
เพื่อให้นอนหลับ ผมจึงรวบรวมสมาธิ และลบความเจ็บปวดออกไป
ในที่สุดก็ได้หลับสมใจอยาก

คิดว่าถ้าได้นอนสักตื่น ร่างกายคงซ่อมแซมความเสียหาย และเมื่อตื่นขึ้น ความเจ็บปวดนี้คงจะหายไปแล้ว
เพราะระบบทางเดินอาหาร คือระบบที่มีการซ่อมแซมตัวเองรวดเร็วที่สุดในร่างกายของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด

...แต่...
! มันไม่หายครับพี่น้อง !
ผมตื่นเช้ามาอย่างทรมาน และคาดไม่ถึงว่ามันจะไม่หาย
ถ้ามันเป็นแผล มันน่าจะหาย แต่นี่ยังเป็นอยู่ จึงคาดเดาไว้เบื้องต้นว่า มันยังคงทิ่มแทงเหงือกของผมอยู่

เอาล่ะสิ... จะไปหาหมอช่วงนี้ก็ยังไม่ได้ อย่างน้อยต้องรอถึงวันศุกร์
ดีล่ะ งั้นแถเอาตัวรอดไปวันๆก่อนละกัน

4. เคี้ยวอาหารด้วยฟันอีกข้างแทน
หึหึหึ วิธีง่ายๆที่ได้ผลมานับพันปี(?) บัดนี้เราจะได้ใช้มันอีกครา
...หงับหงับหงับ...
อาเระ ? ปวดแฮะ
ปวด ปวด ปวด
อ๊าก~

มันปวดได้ยังไงฟะ ! ไม่ได้ใช้แกเคี้ยวสักหน่อย ! (บ่นในใจ)
ดูเหมือนมันจะเริ่มปวดเมื่อเราออกแรงกัด คงเป็นเพราะการเคลื่อนไหวของกรามล่ะมั้ง
แบบนี้สมมติฐานข้างต้นก็อาจจะถูก เพราะสภาพตอนนี้คือ แม้ไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับมัน มันก็ทำให้เราปวดได้อยู่ดี

5. นอนหนีความจริง
หะหะหะ ที่จริงก็ไม่มีอะไรมากครับ ผมอยู่ในช่วงกำลังเดินทางไปสถานีประจำการ ก็เลยนั่งรถนานมาก
เลยพยายามนอนอีกรอบ เผื่อว่าอาการจะดีขึ้น
เมื่อตื่นมาก็พบว่า อืม ! จัดว่าดีขึ้น (ล่ะมั้ง)
กว่าจะมาถึงสถานีประจำการก็ใกล้ถึงมื้อเย็นพอดี แถมหิวแล้วซะด้วย งั้นก็ไปลุยกันเลยดีกว่า
..หงับ..
...โอ๊ย (> . <)...
ตั้งแต่คำแรกเลยเรอะ
มันยังตามหลอกหลอนไม่เลิกสักที

ไม่เป็นไร กินข้าวเสร็จแล้วลองนอนอีกรอบดูดีกว่า
เผื่อว่ามันจะรักษาตัวได้มากขึ้น

...

เนียวรอน ~(' w '

ไม่ได้ผลเลย
ไม่สามารถหยุดยั้งมันได้เลยหรือนี่ !?
นี่เราจะต้องพบกับความพ่ายแพ้แล้วอย่างนั้นหรือ !?


อาการปวดมันรุนแรงมาก จนผมไม่อยากทำอะไรเลย
ตอนที่อาการกำเริบ เจ็บปวดขนาดแค่ถือปากกายังสั่นสะท้าน
ตอนนี้ผมตั้งใจว่าจะลองฟัดกับมันไปจนกว่าจะถึงวันศุกร์
เผื่อว่าถ้าสยบมันลงได้ ก็จะรอไปทำฟันตอนหลังงานแข่ง
แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ สงสัยผมคงต้องไปทำฟันเสียตั้งแต่ก่อนงานแข่ง

ถ้าเจอผมแก้มบวมตุ่ยผิดปกติ ก็ไม่ต้องแปลกใจครับ (ฮา)

จากที่ท่านเห็นข้างต้นจะพบว่า วิธีเดียวที่ใช้กับมันได้ผลคือ การใช้สมาธิ
ผมเคยฝึกนั่งสมาธิมาก่อน ก็เลยพอจะควบคุมระบบต่างๆในร่างกายได้บ้าง
อย่างเช่นเรื่องการลบเลือนความเจ็บปวดนี่ก็พอทำได้ในระดับหนึ่ง
อย่างที่เขาว่า หากควบคุมจิตใจได้ แม้แต่ไฟก็ยังรู้สึกว่าเย็น


แต่ถ้ามัวแต่ทำนั่งสมาธิ แล้วจะอัพบล็อกได้ยังไง ?
การที่ผมมานั่งเขียนเอนทรี่นี้ก็เพื่อทดสอบตัวเองดูว่า จะสามารถทนเขียนบล็อกได้หรือไม่
เพราะการตั้งใจทำอะไรอย่างจดจ่อ ก็ถือเป็นการสร้างสมาธิอย่างหนึ่งเหมือนกัน
ซึ่งจากการทดสอบเบื้องต้นนี้ก็นับว่าได้ผลดีในระดับหนึ่ง
แต่ตอนทำข้อมูลโทโฮคงไม่ง่ายอย่างนี้แน่

วิบากกรรมเยอะเหลือเกิน สงสัยช่วงนี้จะดวงตก
แต่อุปสรรคแค่นี้ ไม่ทำให้ผมยอมแพ้หรอก
เรื่องอะไรจะนั่งนิ่งๆให้ง่อยกินตั้งหลายวัน



เอาล่ะ ว่าแล้วก็เริ่มลุยกันเลยดีกว่า
โครงการกุมอนชิคิ

.....
....
...
..
.

Comment

Comment:

Tweet

โธ่ถัง พี่ชายนก น่าสงสารจริงๆTwT
หายเร็วๆนะคะ ไว้จะโทรไปถามอาการน้อ~

#24 By NokaChan on 2009-05-01 16:39

คุณเซทนมาได้ตั้งนานหวังว่าฟันจะรักษาหายนะครับ ถ้าต้องถอนฟันหรือฉีดยาชาคงเจ็บน่าดูล่ะ
เมื่อก่อนผมไปหาหมอฟันบ่อยทั้งถอนทั้งจัดฟันทั้งเคลือบทั้งดัดสะใจมาก

เท่าที่อ่านแล้วรีบไปหาหมอฟันอย่างด่วนเลยครับ ยิ่งช้ายิ่งแย่หนักนะเกิดฟันแตกขึ้นมา

#23 By dragon (124.122.165.2) on 2009-04-30 13:43

คนเป็นห่วงเยอะขนาดนี้ รีบไปรักษาตัวให้หายเถอะ

#22 By ยูคุง (124.121.129.112) on 2009-04-29 09:33

โอ๊ะ..พี่ชายกระผมเป็นหมอฟันพอดี..

...สนใจมาเป็นเหยื่อให้พี่ผมไหมครับ? ^_^

#21 By Niwachan on 2009-04-28 22:39

เพิ่งรู้ว่าอาการทางฟันจะส่งผลให้เจ็บปวดได้ขนาดนี้ (ส่วนมากผมเจ็บที่ส่วนอื่น อย่างข้อเท้าแพลงอยู่บ่อยๆ)

เท่าที่อ่านดู ผมว่ารีบหาหมอฟันเร็วเท่าที่เป็นไปได้น่าจะดีที่สุดนะครับ อย่างน้อยก็ลดอาการเจ็บปวดไปได้แหละ น่าจะทำให้มีสมาธิทำอย่างอื่นด้วย ส่วนในวันแข่งถ้าไม่ไหวก็หาอาสาสมัครช่วยกระจายเสียงซักสองสามคนละกันครับ ^^"

#20 By seria (161.200.255.162) on 2009-04-28 20:13

หายไวๆน่อ
ถ้าปวดเมื่อไหร่ก็หยิบ inaba ผมมาอ่านได้นะ
อิอิsurprised smile

#19 By Pokeq (125.26.24.60) on 2009-04-28 20:12

อ่านไปเสียวไป(เรียกได้ว่าเสียวแทน T T ตอนนี้ก็ยังขนลุกอยู่เลย TT TT)

ขอแนะนำ
6. ไปหาหมอซะ

น่าจะดีกว่าข้ออื่นๆนะคะ


ป.ล.รีบๆหายเร็วๆนะคะ คนอื่นเค้าเป็นห่วงกัน~

#18 By Ki-kYo ทิป on 2009-04-28 15:47

ทางที่ดีรีบไปหาหมอเลยครับ ลาไปเลยก็ได้ไม่ต้องห่วงงานมากหรอกครับ ถ้าเรามีเหตุผลเพียงพอ ซึ่งการเป็นแบบนี้ก็เพียงพอ(เยอะเกินด้วย) ฉะนั้นรีบไปรักษาก่อนเถอะครับ อาการเจ็บป่วยควรรีบรักษาก่อนบานปลายนะครับ ยิ่งเกี่ยวกับรากฟันซึ่งมีเส้นประสาทด้วยแล้ว ควรรีบรักษาครับ

#17 By yurina (58.181.157.122) on 2009-04-28 14:34

ไปหาหมอเถอะครับ ทนไว้ไม่ดีครับ
ถาโชคร้ายฟันมันเน่าอาจจะกลายเป็นต้องถอนแทนนะครับ

#16 By MGF on 2009-04-28 13:57

หง่ะ สงสัยคราวนี้ ท่าทางท่านซะจะได้ผ่าฝัน รักษาราก เช็คฟันอื่นรอบๆ
แล้วก็ครอบฟัน ครบเซ็ตเลยนะนั่น....

แต่ตอนนี้ผมว่าท่านเซไปหาหมดยังสบายๆ นะครับ หุหุ เพราะอย่างน้อย
ช่วงหยุดยาวนี่ก็นะจะโอเคหล่ะ

แต่เขาว่าฟันแข็งแรง อายุก็ยืนตาม...เพราะงั้นรักษาให้หายไว้ๆนะครับ - -/

/me กลับไปนั่งน้ำซึม....กัดปากตัวเองอีกแล้ว

#15 By comsci46 on 2009-04-28 13:34

อ่านจนได้ยินเสียงเลยครับ ทั้งเจ็บและเสียวแทน sad smile

ทางที่ดี ไปหาหมอจะดีกว่าทน และขอให้หายเร็ว ๆ นะครับ

#14 By kura on 2009-04-28 12:17

จากประสบการณ์ที่ไปรักษารากฟันมา ไม่มีอาการบวมครับ
อาจมีอาการชาๆหลังจากรักษาเนื่องจากยาชาแปปเดียว ไม่เกินวันหนึ่ง
วันต่อมาก็กินข้าวกินอะไรได้ตามปกติแล้ว

เวลาที่ไปทำก็แล้วแต่อาการครับ ของผมยังเคยไปแค่สองรอบเลย

รีบไปเถอะครับถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดปัญหาใหญ่กับรากฟันต้องรักษายาวนะ

#13 By เม็ดบ๊วย on 2009-04-28 11:46

ไปหาหมอดีที่สุดคับ อย่าปล่อยให้เรื้อรัง

#12 By goemon on 2009-04-28 10:30

Beyond Godlikeสุดยอดมากครับ!
5555*

แต่ก็ควรไปหาหมอแหละครับsad smile

#11 By =[Nozomu]= on 2009-04-28 09:51

เอ่อ เรื่องสุขภาพนี่สำคัญนะครับท่าน

การลาหยุดด้วยเหตุจำเป็นมันไม่น่าเกลียดหรอกครับ
รีบจัดการซะตอนนี้ ดีกว่าปล่อยให้เป็นหนักแล้วเสียใจทีหลังนะครับ

ส่วนเรื่องงานแข่ง ลองขอให้ชาวชมรมช่วยกันหน่อยก็ได้มั้งครับ
ผมว่าทุกคนยินดีช่วยเหลือท่านแน่ล่ะครับ ไม่จำเป็นต้องแบกรับงานทุกอย่างไว้คนเดียวนะครับ
ไม่งั้นเซเบอร์ซังเหนื่อยแย่เลย

#10 By Null on 2009-04-28 04:49

โอวๆๆๆ เหมือนที่เพื่อนเราเคยเจอเลยท่าน
แต่ขานั้นแตกจนเหลือแต่รากฟัน......

ยังไงก็เจ็บแทนทั้งนั้น sad smile

เชียร์ให้ไปหาหมอนะคะ

#9 By ReSeZ on 2009-04-28 02:55

รีบไปหาหมอดีกว่าครับ แก้มบวมไปคนในงานก็ไม่ว่าอะไรหรอก
เรื่องสุขภาพตัวเองรักษาไว้ก่อนดีกว่าครับ เป็นอะไรเรื้อรังขึ้นมาจะลำบากกว่าเดิมเปล่าๆsad smile

#8 By iPaanBaa on 2009-04-28 02:31

ฟังแล้วเสียวฟันหลายๆ
สุขภาพฟันนี่สำคัญจริงๆ
;x;

#7 By finel (117.47.149.202) on 2009-04-28 00:57

รีบไปหาหมอดีกว่านะคราบท่านเซ เรื่องสุขภาพเรานี่มันทรมานอย่าบอกใครจริงๆ sad smile
แล้วก็ ถ้าทิ้งไว้มันอาจจะเป็นอะไรไปมากกว่าตอนนี้ก็ได้นะครับ =A=

#6 By Teh01 (58.9.204.50) on 2009-04-28 00:05

เมื่อเช้าก็เพิ่งไปอุดฟันมาค่ะ มันเป็นรูที่ไม่ได้ลึกมาก แต่แปลก...เจ็บเป็นบ้า ผู้ช่วยหมอฟันบอกเหงือกบวม =A= แต่ก็เจ็บตรงที่เป็นรูด้วย หมอเลยอุดให้ (2ซี่อีกต่างหาก )
ปรากฎว่า...ตอนนี้เคี้ยวแล้วยังเสียวๆที่เหงือกอยู่ TwT

#5 By SMILO C3 on 2009-04-28 00:04

ฟังแล้วกลัวววsad smile

เคยรักษารากฟันมาแล้วครับ
ต้องไปหาหมอร่วม 3-4 ครั้ง
ต้องพิมแบบ ต้องถอดเ้ข้าถอดออก

ทางที่ดีหาเวลาว่างเถอะครับ
เรื่องฟันไปเรื่องใหญ่ (จริงๆ)
ถ้าเป็นไปได้ก้อหยุดเรียน หรือลา เถอะครับ
ดีกว่าทนเจ็บน้ะ

ปล.เกลียดหมอฟันมากกก -*-

#4 By ShInNa on 2009-04-27 23:53

อ่านแล้วรู้สึกเจ็บแทนเป็นระยะๆ sad smile
ไปหาหมอเถอะค่ะท่านเซ เรื่องในช่องปากอันตรายแถมทรมานนะคะ อั่ก...

#3 By [ Aqua & Zircon ] on 2009-04-27 23:50

หาหมอเถอะค่ะ เดี๋ยวมันจะหนักกว่านี้

#2 By Nw.kana Quatre on 2009-04-27 23:35

ตายละ..sad smile

ทิ้งไว้ไม่ดีนะ รีบไปจัดการให้มันหมดเรื่องหมดราวเถอะ


ด้วยความปรารถนา(อยากให้หาย)ดี confused smile

#1 By noporonVLN on 2009-04-27 23:29

Tags