ต่อจากเรื่องซีเรียส ก็มาที่เรื่องซีเรียสยิ่งกว่า

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมช่วงนี้ผมอัพเดทอะไรที่ไม่เกี่ยวกับโทโฮวิกิเท่าไหร่
แต่ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวถึงวัน D-day ก็เกี่ยวเองล่ะครับ
เนื่องจากว่า การถล่มทีเดียวใน D-day มันจะทำให้เอนทรี่ยาวจนไม่น่าอ่าน
ผมก็เลยทยอยลงมาทีละน้อย(?) เพื่อให้มันกระชับขึ้นในวัน D-day

เอาล่ะ เข้าเรื่องกันดีกว่า
รอบนี้คงยังไม่ลงรายละเอียดอะไร
เอาแค่คอนเซปท์ก่อนก็พอ


ก่อนอื่น
ผมขอแจงก่อนว่า คำว่า โอตาคุ คำเดียวโดดๆในความรู้สึกของผมนั้น
หมายถึงคนที่ เล่นเกม หรือ อ่านมังกะ หรือ ดูอนิเม หรือ ต่อฟิกเกอร์ หรือ แต่งคอสเพลย์ อะไรประมาณนั้น
กล่าวคือ ทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ คาแรคเตอร์ ซึ่งพวกผู้ใหญ่มองว่ามันคือ การ์ตูน นั่นเอง

ดังนั้นในที่นี้ ผมขอบังอาจตั้งชื่อเรียกรวมๆไปก่อนว่า วงการโอตาคุ เพื่อจะได้คุย(พิมพ์)ง่ายๆ

แต่อย่างไรก็ดี เรื่องคราวนี้จริงๆแล้วก็จะกล่าวรวมถึงทุกวงการนั่นล่ะครับ
ไม่ว่าจะเป็นวงการสื่อ วงการบันเทิง วงการแพทย์ วงการสัตวแพทย์ วงการไอที และวงการอื่นๆทุกวงการ
เนื่องจากเนื้อหาที่จะเขียนนั้นไม่ได้สลักสำคัญว่าเป็นเรื่องของวงการใดโดยเฉพาะ
แต่เป็นเรื่องที่ไม่ว่าวงการไหนๆก็ล้วนประสบพบเจอเหมือนกัน

ในสมัยที่ยังเป็นเด็ก ไม่ว่าใครก็คงมีความฝันบ้างล่ะ
อยากเป็นนู่น อยากเป็นนี่ อยากมีนู่น อยากมีนี่ (ไม่ใช่หนี้นะ ^ ^")
ไม่ว่าจะฝันอยากเป็นอะไร ทุกคนก็ต้องเข้าสู่สังคม และต้องศึกษาเรียนรู้สิ่งต่างๆ
แต่จะมีสักกี่คนที่ได้รู้ เนื้อแท้ หรือ ด้านมืด ของวงการที่ตัวเองใฝ่ฝัน
บางคนเรียนจบ ทำงานจนแก่ตาย แต่ไม่รู้อะไรเลยก็มี
บางคนไม่ทันเรียนจบดันประสบเข้าให้ก็มี

ที่จริงถึงผมไม่ยกตัวอย่าง ก็น่าจะเคยเห็นในละครหรือการ์ตูนกันมาเยอะแล้ว
ถ้าลองมาคิดดูดีๆ มันไม่ได้เป็นที่ตัววงการหรอก
เพราะแต่ละวงการก็มีเป้าหมายที่สวยหรู และจรรยาบรรณที่งดงาม
มาเสียตรง มนุษย์ นี่แหละ = A=)"
ส่วนใหญ่มันก็วนเวียนอยู่ที่เรื่องของ อำนาจ ชื่อเสียง เงิน ความอยู่รอด ฯลฯ
มันมีอยู่ในทุกวงการ ทุกอาชีพ ขึ้นอยู่กับว่าคุณรู้หรือว่าไม่รู้
วงการแพทย์ก็มี วงการตำรวจก็มี วงการบันเทิงก็มี วงการสื่อก็มี วงการเกมก็มี วงการไหนๆก็มีทั้งนั้น
ไม่เว้นแม้แต่วงการโอตาคุของไทย ก็ยังมี
แต่คุณรู้หรือเปล่า ?
และ
รู้แล้วคิดจะทำอะไรเพื่อแก้ไขหรือเเปล่า ?

ผมคนนึงล่ะ ที่เคยรู้ แล้วหันหลังทิ้งวงการโอตาคุไป โดยไม่คิดจะทำอะไร
นานถึงสองปี

กระทั่งเวลาผ่านไป ผมก็ได้เห็นความหวังอีกครั้ง
โอตาคุดีๆ มีจำนวนมากขึ้น
วงการได้รับการยอมรับจากสังคมมากขึ้น
คนเก่าๆในวงการ เริ่มเป็นผู้ใหญ่ และทำให้วงการเป็นที่รู้จักและยอมรับมากขึ้น
งานเทศกาลเกี่ยวกับโอตาคุมากมาย ถูกจัดขึ้นในแต่ละปี
ผมซึ่งกลับเข้ามาในวงการอีกครั้ง รู้สึกอยากมีส่วนร่วมในการผลักดันขึ้นมา
ก็เลยเริ่มมีตัวตนในโลกไซเบอร์อีกครั้ง และพยายามทำนู่นทำนี่หลายอย่าง
ทั้งทางตรงระยะสั้น และทางอ้อมระยะยาว

แต่ยิ่งผมพยายามทำอะไรมากขึ้นเท่าไหร่
ผมก็ยิ่งเข้าใกล้เนื้อในของวงการมากขึ้นเท่านั้น

...ในที่สุด...

ผมก็ได้พบกับความจริงที่ว่า
ความหวังที่ผมคิดว่ามีอยู่นั้น มันได้สูญสลายไปเสียแล้ว

ผมเคยเชื่อว่า วงการโอตาคุน่าจะต่างไปจากวงการอื่นๆ
แต่สุดท้ายผมก็พบว่า มันไม่ต่างกันเลย

 

ดูเหมือนผมจะมองโลกในแง่ดีเกินไปหน่อย

และมีความอดทนมากเกินไปหน่อย

หลายปีเหลือเกินที่อดทนมา

แต่ในที่สุด มันก็หมดลง

เหนื่อยเหลือเกิน

เหนื่อย

.....

...

.

ฟังแล้วคิดถึงการที่มนุษย์เราหลงไหลรูปลักษณ์ภายนอก
ที่เมื่อมองถึงความสวยงามน่าหลงไหลแล้วอยากที่จะเป็น
หรือคว้าเอาไว้ แต่เมื่อมองเห็นเบื้องลึกแล้วไม่เหมือนที่
วาดฝันเอาไว้ก็หลงเหลือแต่เพียงไร้ซึ่งความหวัง

ยังไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องเป็นมายังไงแต่ไว้รออ่านละกันครับ
และถ้ามันไม่เหมือนที่เราหวังเราก็สร้างขึ้นมาเองเลยสิครับ
พวกที่เซเบอร์คุงสร้างวิกินี้ให้พวกเราได้อ่านไงแต่ท่าทาง
จะยากกว่าเยอะเหมือนเอดิสันหรือไอสไตน์ที่ถูกหาว่าบ้า เพี้ยน

#6 By dragon (124.120.60.250) on 2008-04-26 01:20

จะรอฟังข่าวเน่อท่านเซ
ท่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นสินะ . . .

#5 By G.man on 2008-04-26 00:11

เหนื่อยใจกับวงการนี้เหลือเกิ้น -*-

สมัยนี้นะ จะมีโอตากุที่อ่านยุ่นออกอยู่ซักกี่คนกัน

#4 By チョウビ・アホラス on 2008-04-25 23:30

เอาไว้จะฝอยรายละเอียดในเอนทรี่ใหม่
ตอนนี้ตัดสินใจแล้วว่าคงจะเล่าแบบไม่เกรงใจ
จะได้อ่านง่าย อ่านคล่อง เข้าถึงเนื้อหาได้ไว

ไม่เอ่ยนาม แต่ถ้ารู้ ก็อย่าไปใส่ใจ
คิดซะว่าผมแค่ยกตัวอย่างละกัน

#3 By เซเบอร์คุง on 2008-04-25 23:02

ทุกอย่างมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง นี่แหละนะ ความจริงอันโหดร้ายของโลกใบนี้ =3=' sad smile sad smile

#2 By Gensokyo (125.26.54.52) on 2008-04-25 22:34

อีกก้าวก่อนถึงวัน D-day

#1 By เซเบอร์คุง on 2008-04-25 22:10

Tags