"คำว่า โอตาคุ มีความหมายอย่างไร และใช้ยังไง ?"

 เป็นเรื่องที่ถูกยกนำมาเป็นประเด็นพูดคุยในเวบบอร์ดต่างๆหลายครั้ง
ทั้งจุดเริ่มต้น ที่มา คำจำกัดความ ฯลฯ ได้เป็นที่รับรู้มากขึ้น
ดังนั้นจะไม่หยิบมาพูดถึงในที่นี้อีก

คราวนี้อยากพูดถึง ชนิด ของโอตาคุมากกว่า

พอดีว่าซื้อ [กันโอตะ โนะ ออนนะ] เล่ม 1 มาอ่าน
(ซึ่งจ่ากบได้แปลชื่อไทยไว้ว่า ลุ้นรักสาวบ้ากันดั้ม)

ก็เลยไปสะดุดตากับคำว่า   คิโมะโอตะ
ซึ่งผมก็รู้จักมานานแล้ว แต่ไม่ได้เขียนถึงซักที

มันย่อมาจากคำว่า คิโมอิโอตาคุ
ถ้าแปลแบบหยาบคายไม่เกรงใจกัน ก็คือ โอตาคุที่น่ารังเกียจ

อันที่จริง โอตาคุที่เค้าดูไม่ต่างจากคนปกติก็มีตั้งเยอะ
ซึ่งก็อย่างที่นิตยาสารอนิเมเก่าแก่เล่มหนึ่งเคยลงบทความเอาไว้ว่า
โอตาคุ นั้นแตกต่างกันออกไป แบ่งได้หลายประเภท
แต่อันนั้นเรียกว่า ลักษณะต่างๆที่พบได้ของโอตาคุ น่าจะถูกกว่า
ถ้าบีบให้แคบลง น่าจะเหลือแค่ 2 ประเด็นหลักก็คือ
การปรับตัวเข้ากับความเป็นจริง(และกาลเทศะ)
และการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคม
โอตาคุมันจะน่ารังเกียจรึเปล่า ก็ตัดสินกันแค่ตรงนี้ล่ะมั้ง

ว่ากันตามเรื่อง
ในความคิดของผม แฟนพันธุ์แท้ ของบ้านเราที่แข่งกันเอาเป็นเอาตาย ก็คือ โอตาคุ อย่างนึง
ญี่ปุ่นเองก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โอตาคุรถไฟ โอตาคุสแตมป์ และโอตาคุอื่นๆ
การที่เราจะชอบและศึกษาอะไรซักอย่างแบบเอาจริงเอาจัง มันไม่ใช่สิ่งที่ผิดซักหน่อย
ถ้าจะผิด ก็คงผิดตรงที่ยึดติดกับสิ่งที่ชอบนั้นมากเกินไป
และแสดงออกอย่างรุนแรงโดยไม่สนใจกาลเทศะ
ไม่สนใจว่าคนรอบข้างเค้าเห็นหรือฟังแล้วคิดอย่างไร
จนทำให้คนรอบข้างรู้สึกไม่ดี
จึงถูกมองว่าเป็น คิโมะโอตะ ไปในที่สุด

ถ้าให้ยกตัวอย่างง่ายๆ...
โอตาคุนายหนึ่งหยิบฟิกเกอร์สาวน้อยมาส่องใต้กระโปรง กลางห้างสรรพสินค้าที่มีคนเดินไปเดินมาเยอะแยะ
คุณรู้สึกยังไง ? ผมคิดว่าผมเดาคำตอบได้ไม่ยาก

.....อย่างไรก็ดี.....
มันไม่ใช่ตัวเราที่ระบุว่าเราเป็นคิโมะโอตะหรือไม่
แต่เป็นคนอื่นต่างหากที่กำหนดว่าเราเป็นหรือไม่เป็น
เราอาจไม่ได้ทำตัวแย่ขนาดนั้น แต่เค้าอาจมองว่าเราแย่ก็เป็นได้
จริงอยู่ที่ว่า ถ้าเราไม่แคร์สายตาเค้า เราก็ไม่เห็นต้องทุกข์ร้อนอะไร
แต่ถ้าเค้าเป็นอาจารย์ของเราล่ะ ? เป็นเจ้านายของเราล่ะ ?
คิดว่าชีวิตจะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นหรือ ?

คุณเคยเจอกับตัวเองหรือเปล่า ?

ขนาดผมไม่ทันได้ทำอะไรให้เห็น แค่มีคนเข็นคำลวงไปประเคนใส่ก็เชื่อหัวปัก
ปริญญาบ่งบอกความรู้ที่มี แต่ไม่ได้บ่งบอกความฉลาด
อาจารย์ที่เก่ง ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนที่ดี
ตอนนี้เรียนจบมาได้ปีกว่าแล้ว
แต่คิดถึงกี่ที ก็รู้สึกแย่ไม่หาย

ผมหวังให้ไม่มีใครต้องเจอแบบนั้นอีก

หวังจากใจ

อ่านเสร็จแล้ว ถ้ายังไง
ลองพิจารณาตนเองดูให้ถี่ถ้วน
พิจารณาสายตาของคนรอบตัวให้ละเอียด
บางทีการปรับเปลี่ยนลักษณะภายนอกและพฤติกรรม
อาจทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคุณดีขึ้นก็ได้

 

ส่วนตัวผมนั้นเหนื่อยล้าเต็มที

...เหนื่อยเหลือเกิน...

ใช่แล้วล่ะ มันน่าเครียดจริงๆ ยิ่งเดี๋ยวนี้พวกนี้ยิ่งรังแต่จะเพิ่มขึ้น ท่านเจออะไรมาเราไม่รู้ แต่เราก็เจอมาเหมือนกัน เฮ้อ จะสังคมไหนก็เหมือนกัน บ้าๆบอๆ สกปรกโสมม ไม่ต่างอะไรกันsad smile

สู้ต่อไปไอ้มดแดง

#7 By チョウビ・アホラス on 2008-04-25 23:40

อืม ปัญหาระดับสากลทุกชาติทุกภาษานี่นะ
คำว่า "โอตาคุ" แต่ก่อนก็มีความหมายที่ดี
พอใช้กันมั่วๆ เพี้ยนไปเพี้ยนมา ความหมายเลยแย่หนัก
ทีนี้พอไม่เข้าใจก็เหมารวม อธิบายไปก็เปล่าประโยชน์
เรื่องหูเบา หรืออคตินี่ปล่อยมันไปโลด
"ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน"...นั่นก็จริง
แต่ขอบอกควรจะด่าคนพูดถ้าด่าได้ บางคนถ้าเงียบมันจะเอาใหญ่ พวกแทงข้างหลัง
พูดจริงๆ เก่งกับดีนี่ไม่ได้มีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อย

#6 By chaos on 2008-04-22 19:05

เพราะนี้มันเป็นบ้านเรา ที่ยังไม่ค่อยเปิดกว่าเรื่องนี้ ดูๆไป มันก็จะเจอแง้ลบมากกว่า
แต่มันก็อยู่ที่การปรับตัวให้เข้ากับสถานที่และเวลาด้วยแหะ
ของผมนี้ถ้าอยู่ในสถานที่ปิดอาจจะได้เห็นว่าบ้าๆพอๆ + มืดๆ เข้าไปด้วย แต่อยู่ข้างนอกอาจจะลดเหลือแค่ บ้าๆบอๆเท่านั้นแหละ หุหุquestion

แต่หยั่งไงก็ช่าง นั่งรอวันสำคัญดีกว่าquestion

#5 By comsci46 on 2008-04-22 14:17

อืม...มาเรื่องเครียดเลยแฮะ...
ขอยอมรับว่าเป็นโอตะ เหมือนกันครับ เพิ่งเป็นเมื่อไม่นานนี้เอง...
แต่ก่อนหน้าที่จะเป็นโอตะ
ผมเป็นอะไรบางอย่างที่แย่กว่ามาก...คือ...
นอกจากคนในบ้านแล้ว มนุษย์ทั่วทุกหมู่เหล่าเผ่ากอ...
ผมจะมองเห็นเป็นศัตรูหมดเลย...

พอตอนนี้มานึกถึงสาเหตุดูว่าทำไม...
กลับนึกไม่ออกแฮะ...

#4 By Luster (125.24.214.207) on 2008-04-22 10:28

โอ้ สวัสดีครับพี่

อืม บางทีผมก็คิดนะ ว่าตัวเองเป็น คิโมะโอตะ รึเปล่า

ทางบ้านก็ว่าบางครั้งตัวเราหมกมุ่นเหลือเกิน ทั้งๆที่เราไม่รู้สึกอย่างนั้น

จนมาดูให้ถ้วนถี่ก็รู้ว่า "ไอ้หยา ถลำลึกไปหน่อยแล้ว"

ก็พยายามทำตัวให้ตามโลกบ้าง ผมว่าตัวเองก็ไม่ค่อยจะติดการ์ตูนเหมือนแต่ก่อนมากมาย แค่เรื่องไหนชอบก็ซื้อ กว่าจะซื้อก็คิดแล้วคิดอีก

เรื่อง อ.จ. ผมยังไม่เคยเจอเรื่องนี้กับตัว
แต่คิดว่า ถ้าเป็นอาจารย์ที่เราเคารพ ถึงว่าเขาจะคิดอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขา แต่คนเป็นครูบาอาจารย์ก็ควรจะรู้ว่าบางครั้ง เรื่องที่พูดออกไปมันจะทำร้ายนักเรียน มากกว่าจะช่วยหนุนนำให้นักเรียนก้าวต่อไป

ปากมากไปหน่อยแล้วสิเรา แวบไปก่อนล่ะครับพี่

#3 By แมวหน้าแว่น on 2008-04-22 09:56

เรื่องโอตาคุนี่..อืมม
ไท่บอกนะคะว่าตัวเองเป็นแต่ว่าก่อนที่จะมาเป็นการปรับตัวเข้ากับความเป็นจริง(และกาลเทศะ)อย่างที่เจ้าของบลีอกว่ามานี่ก็ลำบากพอตัวค่ะ ในบางครั้งสังคมเองก็มีส่วนที่ช่วยเราให้ขยับตัวไปในทางที่พอเหมาะ
ซึ่งในความเป็นจริงนั้นเราเองก้ไม่ได้อยากเป็นแบบนั้นเลย

อาจารย์ที่ดี ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนที่ดี<<< เจอมาก่อนที่จะจบค่ะ จนทุกวันนี้ยังจำความรู้สึกนั้นได้มาตลอด ทั้งๆที่เราเคารพ อ.จ.ท่านนั้นมากแท้ๆ แต่ความรู้สึกที่ค่อนข้างส่วนตัวของเค้ากับอารมณ์ในตอนนั้น มันทำให้คนๆนึงสับสนกับอนาคตและสูญเสียความเชื่อมั่นทั้งหมดในตัวเอง
..มันคุ้มกันไหมคะ กับปริญญา1ใบ

#2 By Ame... on 2008-04-22 04:05

เอนทรี่แรก ก่อนถึงวันสำคัญ

#1 By เซเบอร์คุง on 2008-04-22 03:37

Tags